หลายๆคนอาจจะมีเงินก้อนอยู่และกำลังวางแผนที่จะลงทุนอะไรสักอย่าง นอกจากการลงทุนทั่วๆไปที่เราเคยได้ยินไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ลงทุนหุ้น ตราสารหนี้รัฐบาล กองทุนรวม ตอนนี้ได้เริ่มมีคอนเซ็ปการลงทุนแบบที่เรียกกันว่าสินเชื่อ peer to peer หรือการให้กู้ยืมระหว่างบุคคลถึงบุคคล ที่ในฐานะผู้ลงทุนก็สามารถทำกำไรได้ดีทีแล้ว แต่ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนต้องลองมาศึกษากันให้ดีก่อนว่า การลงทุนแบบนี้มีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง

 

การลงทุนแบบสินเชื่อ peer to peer คืออะไร

เป็นการลงทุนโดยที่ผู้ปล่อยกู้(หรือนักลงทุน)และผู้ขอกู้จะต้องทำธุรกรรมผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยนักลงทุนสามารถนำเงินที่มีอยู่เข้ามาในแพลตฟอร์มและสินทรัพย์จะถูกนำเข้าไปโดยบริษัทตัวกลางเพื่อเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์และป้องกันการทุจริต เมื่อมีผู้เข้ามาทำเรื่องขอกู้ทางผู้ประเมินก็จะตรวจสอบข้อมูลของผู้กู้จะนำไปเงินใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และยืมไปเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ ทางแพลตฟอร์มก็จะจับคู่ระหว่างผู้ที่ขอกู้กับผู้ปล่อยกู้ในยอดที่ตรงกัน

 

จุดประสงค์ของการปล่อยสินเชื่อ peer to peer

สินเชื่อ peer to peer นี้ เป็นการเปิดให้โอกาสให้ธุรกิจเล็กๆ SME หรือผู้กู้รายย่อยที่อาจจะไม่หลักทรัพย์มาค้ำประกันมากนัก หรือธุรกิจเยังเปิดไ้ด้ไม่นานแต่ต้องการใช้เงินเพื่อนำมาหมุนหรือพัฒนาธุรกิจ โดยในบางกรณีอาจจะไม่ต้องมีการค้ำประกัน หรือสำหรับธุรกิจที่เปิดมาได้แค่หนึ่งปีก็สามารถขอกู้ได้ ทำให้ลดช่องว่างของการบริหารของธุรกิจให้มีโอกาสได้นำเงินไปใช้ในธุรกิจ เนื่องจากการขอกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆนั้นนอกจากจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ใช้หลักฐานมากมายแล้ว ยังมีดอกเบี้ยที่สูงอีกด้วย

 

ทำไมถึงต้องลงทุนกับสินเชื่อประเภทนี้

สำหรับผู้ที่มีเงินก้อนเย็นที่อยากจะนำไปลงทุนอะไรสักอย่างและต้องการได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 1.5 ก็น่าจะนำวิธีการลงทุนนี้ไปพิจารณาด้วย โดยการลงทุนแบบนี้จะทำให้ผู้ปล่อยกู้ได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 9 หรืออาจมากกว่านี้ และหากต้องการใช้เงินในขณะที่ระยะเงินกู้ยังไม่หมดก็สามารถดึงเงินกลับคืนได้ โดยทางบริษัทแพลตฟอร์มจะเป็นผู้ทำเรื่องโอนให้ และหาผู้ให้กู้มาแทน แต่หากเจ้าหนี้รายใหม่คิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ก็จะต้องชดเชยส่วนที่เกินมาเพื่อให้ได้เงินต้นคืน

ข้อเสียอีกอย่างที่นักลงทุนจะต้องทำการชั่งน้ำหนักก่อนที่จะเข้ามาในธุรกิจการให้กู้สินเชื่อแบบนี้คือ ผู้ปล่อยกู้จะไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ หากผู้กู้ไม่ชำระเงินคืน แต่อาจจะได้รับเงินคืนจากการประกันหรือการตามทวงหนี้สินคืน

เหตุผลที่การปล่อยกู้ในลักษณะนี้เป็นที่กำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากต้นทุนในการปล่อยกู้ต่ำเนื่องจากทุกอย่างเกิดผ่านโลกดิจิทัล ทำให้ผู้ขอกู้ได้เงินกู้ที่มีดอกเบี้ยต่ำลง เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบรูปแบบการให้กู้แบบที่เราคุ้นกันผ่านทางสถาบันการเงินนั้นต้องใช้ ต้นทุนในการจ้างพนักงาน ค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งทำให้การกู้เงินผ่านแพลตฟอร์มลดต้นทุนส่วนใหญ่ไปได้ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงกฏของการเปิดสถาบันกู้เงินที่จะต้องปฏิบัติตามนั้นมีข้อจำกัดมากมาย อ่านเพิ่มเติมที่นี่

แพลตฟอร์มให้กู้ประเภทนี้มักจะคิดค่าธรรมเนียจากการกู้อยู่ที่ 1-4% ของวงเงินสินเชื่อที่ผู้กู้ได้รับซึ่งเป็นต้นทุนหนึ่งในการคิดดอกเบี้ย